1_resize
previous arrow
next arrow

ประเด็น “ใครตายเร็วได้กำไร ใครตายช้าขาดทุน” สะท้อนความกังวลที่สังคมมีต่อระบบ ฌาปนกิจสงเคราะห์ อย่างชัดเจน

ตามหลักการแล้ว การฌาปนกิจสงเคราะห์คือการรวมตัวของสมาชิกเพื่อช่วยเหลือกันเมื่อมีผู้เสียชีวิต โดย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร และอยู่ภายใต้การกำกับของ พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ เช่น นครราชสีมา ศรีสะเกษ และ ชัยภูมิ ซึ่งมีทั้งการเลิกสมาคม หรือประกาศ “แช่แข็ง” เงิน ไม่รับฝากและไม่จ่ายเงิน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน

ประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม

  • สภาพคล่องทางการเงินของสมาคมลดลง

  • จำนวนสมาชิกใหม่ไม่เพียงพอ

  • ภาวะเศรษฐกิจทำให้สมาชิกค้างชำระ

  • ข้อครหาเรื่องการบริหารจัดการ และกรณีทุจริต

เมื่อจำนวนสมาชิกใหม่ลดลง แต่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น สมดุลทางการเงินจึงสั่นคลอน จนเกิดภาพเปรียบเปรยว่า “ลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่” แม้โดยหลักการและกฎหมายจะไม่ใช่กิจการเพื่อหากำไร

โจทย์สำคัญ

  • การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐมีความเข้มงวดเพียงพอหรือไม่

  • ระบบบริหารความเสี่ยงและเงินสำรองมีความโปร่งใสหรือไม่

  • สมาชิกได้รับข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่

ท้ายที่สุด ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง “โกงคนตาย” อย่างที่มักถูกกล่าวหาในเชิงอารมณ์ แต่เป็นเรื่องของ ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความยั่งยืนของระบบช่วยเหลือกันในชุมชน

คำถามคือ จะมีการทบทวนกฎหมายและกลไกกำกับดูแลให้ทันกับบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน หรือปล่อยให้ปัญหาเกิดเป็นรายกรณี แล้วจบลงเพียงกระแสดราม่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ปัญหาของสมาคมใดสมาคมหนึ่ง แต่เป็นบททดสอบความเชื่อมั่นของระบบสวัสดิการภาคประชาชนโดยรวม

DEEPAL
PR