ตามหลักการแล้ว การฌาปนกิจสงเคราะห์คือการรวมตัวของสมาชิกเพื่อช่วยเหลือกันเมื่อมีผู้เสียชีวิต โดย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร และอยู่ภายใต้การกำกับของ พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ เช่น นครราชสีมา ศรีสะเกษ และ ชัยภูมิ ซึ่งมีทั้งการเลิกสมาคม หรือประกาศ “แช่แข็ง” เงิน ไม่รับฝากและไม่จ่ายเงิน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน
ประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม
-
สภาพคล่องทางการเงินของสมาคมลดลง
-
จำนวนสมาชิกใหม่ไม่เพียงพอ
-
ภาวะเศรษฐกิจทำให้สมาชิกค้างชำระ
-
ข้อครหาเรื่องการบริหารจัดการ และกรณีทุจริต
เมื่อจำนวนสมาชิกใหม่ลดลง แต่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น สมดุลทางการเงินจึงสั่นคลอน จนเกิดภาพเปรียบเปรยว่า “ลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่” แม้โดยหลักการและกฎหมายจะไม่ใช่กิจการเพื่อหากำไร
โจทย์สำคัญ
-
การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐมีความเข้มงวดเพียงพอหรือไม่
-
ระบบบริหารความเสี่ยงและเงินสำรองมีความโปร่งใสหรือไม่
-
สมาชิกได้รับข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่
ท้ายที่สุด ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง “โกงคนตาย” อย่างที่มักถูกกล่าวหาในเชิงอารมณ์ แต่เป็นเรื่องของ ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความยั่งยืนของระบบช่วยเหลือกันในชุมชน
คำถามคือ จะมีการทบทวนกฎหมายและกลไกกำกับดูแลให้ทันกับบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน หรือปล่อยให้ปัญหาเกิดเป็นรายกรณี แล้วจบลงเพียงกระแสดราม่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ปัญหาของสมาคมใดสมาคมหนึ่ง แต่เป็นบททดสอบความเชื่อมั่นของระบบสวัสดิการภาคประชาชนโดยรวม














