กฟผ.แม่เมาะ เดินหน้าปีที่ 19 จัดค่ายวิชาการเหมืองแร่ ต่อยอดองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายบุคลากรด้านเหมืองแร่สู่อนาคต
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เหมืองแม่เมาะ เดินหน้าจัดกิจกรรม ค่ายวิชาการเหมืองแร่ (Mining Camp) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ และพัฒนาทักษะด้านเหมืองแร่ให้แก่นักศึกษา พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการและวิชาชีพในอนาคต
สำหรับค่ายวิชาการเหมืองแร่ ครั้งที่ 19 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–6 กุมภาพันธ์ 2569 มีนักศึกษาจำนวน 24 คน จาก 4 สถาบันการศึกษาที่เปิดสอนด้านเหมืองแร่ ได้แก่
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

โดยนักศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการดำเนินงานของเหมืองแม่เมาะและโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ครอบคลุมทั้งการขุดขนดินและถ่าน ระบบลำเลียงและการจัดการถ่านในลานกอง งานเจาะระเบิด เหมืองหินปูน งานวางแผนการทำเหมือง งานธรณีวิทยา วิศวกรรมธรณี โครงการสำรวจและศึกษาการทำเหมืองใต้ดินบริเวณกลางแอ่งเหมืองแม่เมาะ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การตรวจวัดสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพพื้นที่หลังการทำเหมือง
จุดเริ่มต้นค่ายวิชาการเหมืองแร่
นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) เปิดเผยว่า ค่ายวิชาการเหมืองแร่เริ่มต้นขึ้นในปี 2549 จากการศึกษาดูงานของคณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนนำไปสู่แนวคิดการจัดค่ายวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2552 กฟผ.เหมืองแม่เมาะ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจด้านวิชาการเหมืองแร่ ร่วมกับ 3 สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นระยะเวลา 5 ปี ก่อนจะขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ได้มีการลงนามเพิ่มเติมร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ รวมเป็น 4 มหาวิทยาลัย
ค่ายวิชาการเหมืองแร่จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากกระบวนการทำเหมืองจริง ผสานทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาต่างสถาบัน คณาจารย์ และบุคลากร กฟผ. เพื่อพัฒนาเป็นโครงข่ายงานด้านเหมืองแร่ในอนาคต
มากกว่าความรู้ สู่การสร้างเครือข่ายด้านเหมืองแร่
นักศึกษาที่เข้าร่วมค่ายต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่ายวิชาการเหมืองแร่ไม่ได้มอบเพียงองค์ความรู้และประสบการณ์จากสถานที่จริงเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างมิตรภาพ ความสามัคคี และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัย รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องในสายงานเหมืองแร่
นางสาวเครือวัน ธีระวงศ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกประทับใจกับการดูแลและการถ่ายทอดความรู้จากพี่ๆ กฟผ. เป็นอย่างมาก บรรยากาศการเรียนรู้สนุกสนานและได้ประโยชน์ครบถ้วน พร้อมอยากให้มีการจัดกิจกรรมเช่นนี้อย่างต่อเนื่องในทุกปี
ขณะที่ นายนาวินแสน ธรรมมา นักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 วัน ได้รับทั้งความรู้ทางวิชาการ การดูแลด้านที่พักและอาหารอย่างดี รวมถึงมิตรภาพจากเพื่อนต่างสถาบัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสามัคคีในสายงานวิศวกรรมเหมืองแร่
ด้าน นายเบญจมินทร์ เจ๋าพรอนันต์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ นายสุรเกียรติ์ แซ่เขา นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่างกล่าวตรงกันว่า การได้เข้าศึกษาดูงานเหมืองถ่านหินลิกไนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่ๆ กฟผ.เหมืองแม่เมาะ
ในวันสุดท้ายของค่าย นักศึกษาแต่ละกลุ่มได้นำเสนอองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับต่อคณะผู้บริหาร นำโดย นายเกษม มงคลเกียรติชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ (อบม.) พร้อมทีมผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งได้ร่วมรับฟัง ให้ข้อเสนอแนะ และกล่าวปิดกิจกรรม
ทั้งนี้ แม้ กฟผ.เหมืองแม่เมาะ จะอยู่ระหว่างการเผชิญความท้าทายในการฟื้นฟูระบบสายพานลำเลียงดินเพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แต่ยังคงเดินหน้าวางแผนเตรียมความพร้อมพัฒนาพื้นที่หลังยุติการทำเหมืองในปี 2585 ควบคู่ไปกับการสร้างบุคลากรและเครือข่ายด้านเหมืองแร่ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของพื้นที่และชุมชนในอนาคต
📌 ข่าวจาก : แผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ















